วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Safari

ซาฟารี 
ซาฟารี (Safari) คือเว็บเบราว์เซอร์ที่พัฒนาโดยบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ สำหรับเครื่องแมคอินทอช โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X รุ่น 10.3 เป็นต้นไป และสตีฟ จอบส์ ได้ประกาศในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เปิดตัวซาฟารีสำหรับวินโดวส์ Safari คือโปรแกรมสำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต ดูเว็บไซต์ คล้ายๆ กับ Internet Explorer หรือ Firefox ซึ่งตัวโปรแกรมก็จะสามารถทำได้เหมือนกับ Browser อื่นๆ เช่น การดูเว็บไซต์ การดาวน์โหลดข้อมูล และยังสามารถบันทึกเว็บไซต์ที่ชื่นชอบได้อีกด้วย 
 หน้าตาของซาฟารีมีลักษณะสีเงินวาว (brush metal) เหมือนกับลักษณะของ ซอฟต์แวร์เล่นเพลง ไอทูนส์ ซาฟารีรุ่นที่สองเรียกว่า Safari RSS ใช้ได้กับ Mac OS X รุ่น 10.4 ขึ้นไป
ซาฟารี ใช้ตัววาดหน้าเว็บชื่อ WebCore ซึ่งพัฒนามาจากตัววาดหน้าเว็บชื่อ เว็บคิต ที่พัฒนาต่อมาจาก KHTML ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการซอฟต์แวร์เสรี KDE          


ประโยชน์ที่ได้จากการใช้โปรแกรม Safari


1. การค้นหาเว็บไซต์ทำได้อย่างรวดเร็ว
                จาก ข้อมูลของทาง Apple.com ก็ได้พูดถึงโปรแกรม Safari ว่าเป็นโปรแกรมท่องเว็บไซต์ที่เร็วที่สุด เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Browser อื่น เช่น Firefox หรือ Internet Explorer แต่ก็เป็นข้อมูลจากทาง Apple.comซึ่งก็ขอให้ผู้อ่านฟังหูไว้หู อย่าเชื่อข้อมูลของทาง Apple.com มากนัก และจากประสบการณ์ที่ใช้งานมาทั้งSafari Firefox และ Internet Explorer ในความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่า Safari  เร็วกว่า  Internet Explorer อย่างเห็นได้ชัด แต่ต่างกับ Firefox เล็กน้อย โดยขั้นตอนการโหลดเว็บของ Safari จะกระตุกสักครู่แล้วมาหมดทีเดียวทั้งหน้าเลย ต่างจาก Firefox ที่จะมีกรอบเหลี่ยมๆ ก่อนแล้วแต่ละส่วนค่อยๆ โหลดมา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเทคนิคการเขียนโปรแกรมนั้นแตกต่างกัน





2. ง่ายต่อการใช้งานและสะอาดตา
                เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรกก็คงรู้สึกได้ถึงความสะอาด และไม่ต้องกลัวว่าจะมีหน้าต่างประหลาด โฆษณาที่ไม่ต้องการโผล่ออกมาบ่อยๆ เหมือนกับ Internet Explorer ปุ่มใช้งานหลักๆ มีเพียงบรรทัดเดียว นอกนั้นเป็นส่วนของ Bookmark ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้หน้าเว็บไซต์แบบเต็มๆ รับรองถูกใจหน้าตาของ Safariอย่างแน่นอน


3. สามารถใช้งานได้ทั้ง Windows และ Mac
                ต้องเรียกว่าโปรแกรมทางฝั่ง Mac OS หลายตัวก็เริ่มที่จะ Runได้บน PC ซึ่งตัวโปรแกรมทั้งเวอร์ชันMac และ Windows ก็ไม่ต่างกันเลย ทำให้ผู้ใช้ที่ถูกใจ Safari ใน Mac แน่นอนเมื่อสามารถใช้งานได้บนWindows ด้วยก็จะสะดวกและทำให้ผู้สนใจดาวน์โหลดไปใช้งานมาก โดยมียอดดาวน์โหลดมากกว่าล้านครั้งแล้วสำหรับ Safari บน Windows



4. Build-in Search ใช้ Google
                สำหรับ ผู้ที่ใช้งาน Internet Explorer 7 อยู่อาจจะไม่ชอบใจที่ทาง Microsoft ตั้ง Build-in Search เป็นLive.com ซึ่งก็ไม่ค่อยจะดีนักสำหรับการหาข้อมูล แต่ Safari นั้น Build-in Search เป็น Google.com ทั้งในโปรแกรมบน Windows และ Safari ใน iPhone ซึ่งแน่นอนเท่ากับว่า iPhone เองก็สามารถที่จะเชื่อมต่อกับGoogle ได้อย่างง่ายดาย

5. มี Web Browser ตัวเดียวกับ iPhone
                Safari เป็นโปรแกรมท่องเว็บตัวเดียวกับที่ iPhone ใช้ ส่วนมือถืออื่นๆ มักจะใช้ Opera Mini ในการท่องเว็บไซต์ แต่ดูจากความสามารถโดยรวมของ iPhone นั้นต้องยอมรับว่าเหนือชั้นกว่า Opera Mini อย่างแน่นอนแม้ว่าจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เพราะแม้กระทั่งผู้ที่ได้ใช้งานบน Windows ก็ยังรู้สึกว่าดีกว่าขนาดนี้ แล้วถ้ามาใช้ใน iPhone คงไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว


ระบบรักษาความปลอดภัยของโปรแกรม Safari

การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ใช่เครื่องส่วนตัว ถือว่าเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะว่าคุณอาจจะถูกขโมยข้อมูลไปได้ แต่ Safari ทำให้คุณสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้โดยหมดกังวล เพราะสามารถเลือกโหมดการใช้งานแบบส่วนตัวได้ และยังมีระบบป้องกันในการดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต โดยมีการเก็บรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ และเวลาที่ดาวน์โหลด รวมไปถึงการแจ้งเตือนเมื่อเปิดไฟล์ครั้งแรก นอกจากนี้ยังสามารถอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยผ่านทาง Apple Software Update ด้วย

นอกจากนี้โปรแกรมนี้ มาด้วยความสามารถ ที่มากมาย เหลือหลาย เกินคำบรรยาย ที่เด่นๆ เลย เช่น ฟีเจอร์ (Features) แบบ Full-Page Zoom ครับ เป็น ความสามาถใหม่ล่าสุด โดย คุณสามารถซูม หรือขยายเว็บเพจ ให้เข้าไปลึกกว่าเดิม เพื่อเพิ่มวิสัย การเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ คณาจารย์ อาจารย์ต่างๆ ที่มีความต้องการ เปิดเว็บเพจ เว็บไซต์ต่างๆ เข้าไปสาธิต หรือแสดงให้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ดูจะได้ไม่ต้องนั่งเพ่งสายตากัน ปวดตากันเปล่าๆ โปรแกรมนี้ จัดให้ หรือยังจะมีแบบ Zoom Text Only ที่จะเลือกขยายเฉพาะ ข้อความ กันอย่างเดียว ก็ยังมีกันอีกด้วย

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เหมาะสำหรับโปรแกรม Safari

                โปรแกรม Safari บน Windows ทาง Apple ก็ไม่ได้ตั้งสเปคที่สูงอะไรมาก เพียงแค่ CPU ที่มีความเร็วตั้งแต่ 500 MHz ของค่ายใดก็ได้ แต่ถ้า Base เป็น Intel ก็จะทำงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนแรมขั้นต่ำก็อยู่ที่ 256 MBเท่านั้น ส่วนจะใช้งานบน Windows Vista หรือ Windows XP นั้นเท่าที่ทดสอบ พบว่าบน Windows Vista อาจจะมีปัญหาเล็กน้อย ส่วน Windows XP ก็จะมีปัญหาบ้างหากต้องใช้งาน Add-on ของทางไมโครซอฟท์

วิธีใช้
    Safari
Safari : เป็นโปรแกรม web browser สำหรับใช้ท่องเวปที่มีมากับ OS X ครับ สามารถใช้งานแทน Internet Explorer บน window pc ได้เกือบทุกอย่าง ซึ่งแต่เดิมคนจะเข้าใจว่า Safari ใช้ยาก เพราะไม่มีเวปรองรับที่มากพอ แต่ปัจจุบันทั้ง Safari เองและตัวผู้พัฒนาเวปไซท์ที่ทำตามมาตรฐานเวปสากลมากขึ้นแล้ว เลยทำให้ปัญหาเดิมที่มีอยู่นี้ค่อย ๆ ลดลงครับ
sf-basic-1_0.jpg
icon โปรแกรม
safari-icon_0.jpg
ส่วนประกอบทั่วไป
sf-basic-2-1_0.jpg
ส่วนประกอบของ Toolbar ใน Safari
button-1_0.jpg
Back/Forward : ใช้สำหรับไปย้อนไปยังหน้าเวปที่เพิ่งผ่านมา หรือหน้าเวปถัดไป
button-5_0.jpg        button-6_0.jpg
Stop/Reload : สำหรับ reload(refresh) หน้าเวปที่เราเข้าอยู่
button-2_0.jpg
Open in Dashboard : ปุ่มนี้สำหรับเอาไว้ให้เราสร้าง Web Clip สำหรับเก็บบางส่วนของหน้าเวปที่เราต้องการเอาไว้ดูทีหลัง (web clip จะถูกเก็บรวมอยู่กับ widget ใน Dashboard ครับ - ดู เกี่ยวกับ Dashboard ประกอบ)
button-3_1.jpg
Add Bookmark : สำหรับเก็บ url ของเวปเอาไว้ในส่วนของ Bookmarks (ความหมายเดียวกับ Favourite บน IE ครับ) ดู การจัดการ Bookmarks ประกอบ
button-4_0.jpg
ช่องใส่ Url และช่อง Search : สำหรับใส่ Url ของเวปที่เราต้องการ หรือว่าดูอยู่ครับ ส่วนช่อง Search นี้เอาไว้เป็นทางลัดในการค้นหา โดยผลลัพท์ที่จะได้มาจาก Google

Safari-Web clip


Web clip ทำให้เราสามารถที่จะตัดบางส่วนของหน้าเวปที่เราต้องการเก็บไว้เป็น Dashboard Widget ได้ด้วย (ดู เกี่ยวกับ Dashboard widget ประกอบ)
การสร้าง Web Clip
ไปที่หน้าเวปที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่ม Open in Dashboard (รูปกรรไกร)
Picture1_37.jpg
เราจะเห็นแถบสีม่วงขึ้นมาด้านบนของหน้าเวปเพื่อบอกเราว่าตอนนี้เตรียมที่จะทำการสร้าง web clip แล้ว
Picture3_5.jpeg

ให้เราเลือกส่วนที่เราต้องการบนหน้าเวป จากนั้นกำหนดขนาด
Picture4_4.jpeg
ถ้าตอนแรกที่เลือกยังไม่ได้ขนาดที่ต้องการ เราสามารถที่จะปรับเพิ่มเติมได้โดยการคลิ๊กที่ปุ่มกลม ๆ ที่มุมหรือตรงกลางของกรอบ เพื่อขยายบริเวณตามที่ต้องการ
Picture5_1.jpeg
เมื่อเลือกเสร็จแล้ว กด Add
Picture6_2.jpeg
เราจะถูกพาเข้ามาที่หน้าของ Dashboard พร้อมกับ widget ที่เราสร้างเอาไว้กำลังถูกโหลดขึ้นมา
Picture8_1.jpeg
Picture9_1.jpeg
ตัว widget ที่เราสร้างจากเวปเองนี้ มีคุณสมบัติเหมือน widget อื่น ๆ บน Dashboard ทุกประการ คือเราสามารถที่จะปิด หรือปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้จากการกดเข้าไปที่รูปตัว i ที่มุมขวาล่างของตัว widget
Picture10_8.jpg
จะมีให้เลือกกรอบของ widget ครับ ว่าอยากได้กรอบแบบไหน
Picture11_0.jpeg
หลังจากเลือกเสร็จแล้วกด Done ก็จะได้ widget เราพร้อมกรอบใหม่ตามที่เราเลือกแล้วครับ
Picture12.jpeg
ถ้าเราไม่ต้องการ widget ตัวนี้แล้ว เราสามารถลบออกไปได้เหมือน widget ทั่วไปครับ ( ดู การปรับแต่งDashboard ประกอบ)

การจัดการ Bookmark


Bookmark : เป็นการ save url ของเวปที่เราต้องการเอาไว้เข้าภายหลัง ประมาณเดียวกับ Favorite บน IE ครับ ถ้าเรามี Bookmark เยอะ ๆ การจัดเก็บให้เป็นหมวดหมู่เพื่อการเข้าอีกภายหลังเป็นเรื่องที่จำเป็นครับ อย่างน้อยทำให้เราหาเวปที่เรา Bookmark ไว้เจอเร็วขึ้น
การ เพิ่ม Bookmark ใน Safari
เมื่อเราท่องเวปไปเจอ url ที่น่าสนใจแล้วเราอยากเก็บเอาไว้เข้าอีกวันหลัง เราสามารถทำได้โดยการคลิ๊กที่ปุ่ม + ด้านข้างช่อง address field ครับ

Picture1-1_8.jpg
note : หรือจะไปที่ menu bar เลือก Bookmarks/ Add Bookmark หรือกด Command + D
จากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่ให้เรากำหนด ชื่อ Bookmark กับจะเซฟเก็บเอาไว้ตรงไหน
Picture1-2_5.jpg
เลือกเสร็จแล้วกด Add เป็นอันเสร็จการเพิ่ม Bookmark ในฐานข้อมูลของ Safari ครับ
การจัดการกับ Bookmark
เลือกที่ปุ่ม Show all bookmarks (สัญลักษณ์รูปหนังสือ)

Picture1_1.jpeg
แล้วเราจะเข้ามาที่หน้าต่างจัดการกับ bookmark ทั้งหมดของเรา
Picture2_2.jpeg
ส่วนประกอบใน Bookmarks
Collections : รวมรายการ Bookmarks ของเราจะส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่อง

Bookmarks Bar : ตรงนี้จะเป็นส่วนที่เราเห็นอยู่บน Bookmarks Bar ในหน้าต่างปรกติของ Safari ครับ จะขึ้นชื่อ Bookmarks ตามที่เราจัดเอาไว้ในนี้ (สังเกตดูจากภาพใน Bookmark Bar นั้นจะเรียงเหมือนกับใน ที่ผมจัดเอาไว้ในหน้านี้ครับ)
Picture2-1_13.jpg
note :
  1. คำสั่ง Auto-Click จะเป็นการเปิดเวปทั้งหมดในแฟ้มขึ้นมาเมื่อเราคลิ๊กไปที่แฟ้มนั้นครับ ถ้ามีเวปอยู่ในแฟ้มไม่เยอะก็สะดวกดี แต่ถ้าใครมีเวปอยู่ในแฟ้มเกิน 5-10 เวป ผมไม่แนะนำวิธีนี้ครับ จะมี tab ใหม่เปิดขึ้นมาเติมไปหมด - -a
  2. เราสามารถจัดเรียงตำแหน่งของแฟ้มบน Bookmark Bar ได้ด้วยการลากแล้ววางเหมือนแฟ้มปรกติครับ ซึ่งพอเราเข้ามาหน้าจัดการ Bookmark นี้ เค้าจะ update ให้เป็นไปตามที่เราลากเอาไว้บน Bookmark Bar ครับ
Bookmarks Menu : เป็นส่วนเดียวกับ Bookmarks บน menu bar ของ Safari

Picture4_3.jpeg
Picture5-1.jpg
Address Book : สำหรับใน contact ของเราถ้าลง url เอาไว้ จะมาขึ้นในส่วนนี้ด้วยครับ
Bonjour : เป็น bookmark ที่อยู่ในวง network ของเราเองครับ
History : หน้าเวปที่เราเคยเข้ามา
Picture6_1.jpeg
note : เรากำหนดได้ว่าจะให้เก็บ History เอาไว้นานแค่ไหน จากใน Preferences /General/ Remove history items
All RSS Feeds : RSS ที่เราสมัครรับข่าวสารเอาไว้ดูใน Safari ทั้งหมด (ดู เกี่ยวกับ RSS ประกอบ)
Picture7_1.jpeg
Bookmarks : เป็นที่รวม Bookmarkทั้งหมดในเครื่องเราครับ เราอาจจะแบ่งบางส่วนจากตรงนี้เอาไปไว้ในคำสั่ง Bookmarks บน menu bar หรือใน Bookmarks bar ด้วยก็ได้ (เพิ่มจำนวนแฟ้มได้ด้วยการกดเครื่องหมาย + ที่มุมซ้ายล่างครับ)
เกี่ยวกับ Bookmark
โดยทั่วไปแล้วการจัดการ Bookmark บน Safari ไม่ต่างอะไรกับการจัดการไฟล์ลงแฟ้มให้เป็นหมวดหมู่ครับ เราสามารถที่จะลาก copy หรือว่า move ไปไว้ตรงไหนก็ได้เหมือนใน Finder ปรกติ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราเข้าถึงเวปที่เราเข้าประจำได้ง่ายขึ้น ใครที่ยังไม่เคยลองเข้ามาตรงส่วนนี้เลย ก็อยากให้ลองดูนะครับ =)

ช่วยอธิบายคำสั่งในเมนูแถวแรกของ Safari ให้หน่อยครับ


ช่วยอธิบาย เมนู safari แถวแรกให้ทราบหน่อยครับ
บางอันยังไม่ทราบว่าใช้ทำอะไร เช่น Private browing คืออะไรง่ะ งง
อธิบายให้ครบน่ะครับ

เกี่ยวกับ RSS


RSS มาจากคำว่า Real Simple Syndication : เป็นรูปแบบของ Web Feed หรือว่า News Feed คือการนำข้อมูลหรือข่าวสารของเวปที่มีการอัพเดทมาสู่เครื่องของผู้รับโดยอัตโนมัติ .. ลองนึกภาพมีคนมาส่งหนังสือพิมพ์ให้ที่บ้านเราทุก ๆ เช้าโดยที่เราไม่ต้องเดินไปซื้อเองนั่นล่ะครับ
สัญลักษณ์ของ RSS มีที่ใช้กันแพร่หลายและสามารถเห็นได้ทั่วไป
feed-icon_0.jpg
จาก Mozila Foundation ผู้พัฒนา Web browser ชื่อว่า Firefox และตอนหลังสัญลักษณ์นี้ถูกนำมาใช้บน IE ด้วย
ส่วนสัญลักษณ์ของ RSS บน Safari นั้น จะเป็นแบบนี้ครับ
Rss-icon_0.jpg
ซึ่งเวปไซท์ที่มี News Feed หรือว่า RSS นี้เราต้องทำการสมัคร (หรือเรียกว่า Subscribe) เพื่อยืนยันการรับข่าวสาร RSS จากเวปที่เราต้องการก่อนนะครับ แล้วจากนั้นเนื้อหาถึงจะถูกส่งมาที่เครื่องเรา ให้ลองนึกถึงการสมัครรับข่าวสารจากจดหมายข่าว หรือว่า Newsletter ดูครับ ประมาณเดียวกันคือเราต้องสมัครก่อน แล้วถึงจะได้รับข้อมูล
การสมัครรับข่าวสารทาง RSS
บน Safari สามารถทำได้โดยการคลิ๊กไปเครื่องหมาย RSS ได้เลย โดยที่ครั้งแรกที่เรากดเข้าไปนั้น Safari จะพาเรามาที่หน้าสรุปของ RSS ที่มีในเวปนั้น ๆ ครับ แบบนี้

rss-1_0.jpg
เราจะถูกพาเข้ามาในหน้าเวปใหม่ ที่เป็นหน้าของ feed โดยเฉพาะ
rss-2_0.jpg
จากนั้นให้เราเลือก Add Bookmark (ปุ่มเครื่องหมาย + ข้าง ๆ Address Field )

button-3_2.jpg
จะมีกล่องข้อความเตือนมาถามเราว่า ต้องการจะสมัครอ่านข่าว RSS โดยใช้โปรแกรมอะไร
rss-3_0.jpg
โดยมาตรฐานแล้วเราจะใช้ Safari หรือว่า Mail ในการเปิดอ่าน RSS ก็ได้ครับ

ตั้งชื่อ เลือกโปรแกรม แล้วกด Add
rss-4_0.jpg
จากภาพ ถ้าเราต้องการจะใช้ Safari ในการอ่าน RSS เค้าจะให้เราเลือกว่าจะให้ Bookmark ไปไว้ที่ไหน (ดู การใช้ Bookmark ประกอบ)
หลังจากกด Add เพื่อสมัครรับข่าวสารจากเวปที่ต้องการแล้ว เราจะขึ้นหน้าเวปแบบนี้
rss-5_0.jpg
โดยจุดฟ้า ๆ กลม ๆที่เห็นอยู่ในชื่อตอนของบทความจะแสดงว่า เรายังไม่ได้อ่านครับ

การอ่าน RSS
  • บน Safari
เราสามารถใช้ Safari ในการอ่า่น RSS ได้ครับ ถ้าเราเลือกเอาไว้ตอน Subscribe วิธีการอ่านก็คลิ๊กเข้าไปยังที่ ๆ เรา Bookmark เอาไว้ หรือถ้าเรา Bookmark เอาไว้บน Bookmark bar ของเราด้วยแล้ว เวลาที่มีการอัพเดทเวปที่เราสมัครเอาไว้ จะขึ้นตัวเลขมาบอกเราให้ทราบด้วยว่า มีที่เรายังไม่ได้อ่านอยู่กี่อัน

rss-13_0.jpg
rss-14_0.jpg
ถ้าเราจะอ่านก็คลิ๊กเข้าไปเราก็จะเข้าไปที่หน้าสรุป News Feed (RSS) บน Safari
rss-15_0.jpg
ถ้าหัวเรื่องในหน้า RSS ใหญ่และเนื้อหายาวเกินไป เราสามารถปรับได้จากด้านขวามือตรงส่วน Article Length ครับ
rss-17_0.jpg
Article Length : จะเป็นตัวช่วยกำหนดความยาวของเนื้อหาที่อยู่ในหน้า RSS ของ Safari ยิ้งกำหนดไว้ยาวมาก ก็จะเห็นส่วนของเนื้อหาในโพสนั้น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าโพสไหนมีภาพประกอบ ก็จะติดมาตรงนี้ด้วย
rss-18_0.jpg
ลองปรับให้เนื้อหาสั้นลง เราจะได้หน้าเวปที่เนื้อหาสรุปสั้นลงแล้วครับ แบบนี้
rss-16_0.jpg
  • บน Mail.app
มาดูใน Mail.app เราจะเห็นเวปที่เราสมัครไปแล้วขึ้นอยู่ในรายการ RSS ทางด้านซ้ายมือพร้อมกับเนื้อหา ตอนล่าสุดของเวปที่ถูกดึงเอามาใว้ใน Mail เพื่อรอให้เราอ่านแล้วครับ

rss-7_0.jpg
rss-6_0.jpg

note :
  • สัญลักษณ์ตัวเลขมีความหมายเหมือนอีเมล์ทั่วไป คือเป็นตัวที่แสดงว่าเรายังไม่ได้อ่าน
  • ส่วนสัญลักษณ์ลูกศร จะเป็นการแสดง RSS ใน Inbox ของเราครับ

Safari : Anti Phishing Scam ?


บน Safari 3.2 มีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นมาคือ Anti Phishing Scam หรือว่าเป็นการเตือนเมื่อเราจะเข้าเวปไซท์ที่ไม่ปลอดภัย และพอดีว่าผมเจอมากับตัวเอง เป็นเวปทั่วไปแต่ดันโดน blacklist เป็นเวปอันตรายขึ้นมา ผมเลยต้องหาวิธีปิดการทำงานตรงนี้ไป เลยอยากจะเขียนเก็บเอาไว้สำหรับผู้สนใจทั่วไปนะครับ
การทำงานของ Anti Phishing Scam บน Safari
Phishing : ส่วนใหญ่จะพวกเวปหลอก ที่มีหน้าตาเหมือนกับเวปธนาคารหรือเวปที่น่าเชื่อถือทั่วไป หลอกให้เรา log-in เข้าระบบ เพื่อเก็บข้อมูลของเราแล้วนำไปใช้ต่อโดยที่เราไม่รู้ครับ บน Safari 3.2 ถ้าเราเข้าเวปไซท์ที่เข้าข่ายไม่ปลอดภัยขึ้นมา จะเราจะถูกพาเข้ามาที่หน้าต่างเตือนแบบนี้ เพื่อจะบอกเราว่า เวปที่เรากำลังเข้าอยู่ มีรายชื่ออยู่ใน blacklist เวปอันตรายครับ

จะมีตัวเลือก 2 ตัวคือ
  • Ignore warning : ไม่สนใจคำเตือนนี้ และจะทำการเข้าเวปที่เราต้องการต่อไป
  • Go Back : ย้อนกลับไปเวปก่อนหน้านี้
ถ้าเราเลือก Ignore warning เพื่อที่จะทำการเข้าเวปต่อ จะมีการเตือนมาอีก 1 รอบครับ ว่าเราต้องการจะเข้าเวปนี้จริง ๆ หรือไม่ - -a
anti-phishing-02_0.jpg
ถ้าต้องการเข้าเวปต่อไป ก็เลือก Continue หรือกด Cancel เพื่อยกเลิกการเข้าเวปนี้ครับ
note : ถ้าเวปที่เราเข้าเป็นเวปหลายหน้า เราจะถูกเตือนแบบนี้ทุกครั้งที่กด link ครับ และถ้าเรากดผ่านคำเตือนอีกรอบ เราจะถูกพากลับเข้ามาที่หน้าแรกของเวป - - ซึ่งตรงนี้ สำหรับเวปที่เราจำเป็นต้องใช้ เรามีทางเดียวคือต้องปิดการป้องก้น Phishing บน Safari นี้ก่อนเข้าเวปครับ
วิธีเปิด- ปิดการใช้งาน Anti Phishing Scam บน Safari
ทีนี้ สำหรับเวปที่เราจำเป็นต้องเข้าจริง ๆ เราสามารถเลือกที่จะปิดการทำงานส่วนนี้ (จะชั่วคราวหรือถาวร) ก็ได้ จากวิธีด้านล่างนี้ครับ

ใน Safari ไปที่ Preferences หรือกด Command+,
anti-phishing-03_0.jpg
ไปที่หัวข้อ Security แล้วเลือกติ๊กหน้าหัวข้อ Warn when visiting a fraudulent website ออกครับ
note : เวปที่ถูกเตือนขึ้นมาแบบนี้ อาจจะไม่ใช่เวปใต้ดินเสมอไปนะครับ อย่างในกรณีที่ผมเจอ เป็นเวปของธนาคารยี่ห้อนึงในประเทศไทยครับ - -’ ผมเลยจำเป็นที่จะต้องเข้า และไม่เข้าใจว่าทำไมเวปขอธนาคารถึงติด blacklist ว่าเป็นเวปอันตรายกับเค้าด้วยเหมือนกัน
วิธีป้องกันตัวเองจาก Phishing Scam เบื้องต้น
  • สมัยนี้จะมีลูกเล่นแปลก ๆ เช่นทำเหมือนว่าธนาคารส่งอีเมล์มาหาเรา แล้วให้เราคลิ๊กเข้าไปจากในอีเมล์นั้น ๆ ดังนั้น ทางที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือ ไม่คลิ๊ก link จากในอีเมล์แบบสุ่มสี่สุ่มห้าครับ
  • ถ้าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร ให้ log-in เข้าจากเวปของธนาคารที่เราเข้าเองจะปลอดภัยกว่าหรือไม่ ถ้ามีข้อสงสัยประการใด ให้โทรติดต่อไปยังธนาคารจะดีที่สุดครับ
  • ถ้าได้รับอีเมล์จากคนที่ไม่รู้จัก (หรือจะรู้จักก็ตาม) ให้สงสัยเอาไว้ก่อน และไม่คลิ๊ก link หรือเปิดดูคครับ

Safari Tips


Tips & Tricks ในการใช้งาน Safari ครับ

[Safari 4 : Tip] วิธีเพิ่มเวปเข้าไปใน Top Sites เอง


ผมเคยเขียนการเพิ่มเวปที่เราต้องการลงไปในหน้า Top Sites เองเมื่อตอนที่ออกมาเป็น Safari 4 Beta ตอนนั้นวิธีนี้จะไม่ได้ผลถ้าเราปิด safari ไป เวปที่เราเพิ่มเข้าไปก็จะหายไปด้วย
แต่ใน Safari 4 Full version นั้นผมรู้สึกว่าเขาปรับปรุงความสามารถตรงนี้แล้ว คือเวปที่เพิ่มเข้าไปใน top sites เอง จะยังอยู่หลังจากที่เราปิด safari ไป =)
ลองเข้าไปดูกันนะครับ
http://macmuemai.com/content/722

[Safari Plug-in] Inquisitor Spotlight for the web


ช่วงอาทิตย์ที่แล้วตอนที่ผมหาข้อมูลเพื่อมาเขียน How-Tos เกี่ยวกับ Safari ได้ไปเจอกับ plug-in ตัวนี้เข้า Inquisitor เป็น plug-in สำหรับ Safari ที่ทำให้เวลาเราพิมพ์คำค้นหาในช่อง search จะสุ่มผลลัพท์มาให้ เหมือนเราใช้งาน spotlight ครับ
Picture3_34.jpg
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถที่จะ download ได้ที่..
http://www.inquisitorx.com/safari/index_en.php
note : เมื่อกลางปีที่ผ่านมา Yahoo! ได้ซื้อ Inquisitor ครับ ทำให้ผลการค้นหาจากในช่อง search จะเป็นหน้าของ Yahoo! แทน Google (สำหรับผมไป ๆ มา ๆ ชักชอบ Yahoo! นะ เพราะรู้สึกว่าพักหลัง ๆ ชักจะหาอะไรจาก google เจอยากขึ้นทุกที แบร่..)
ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนผลการค้นหาให้กลับเป็น Google และปรับแต่งการทำงานของ Inquisitor ให้ไปที่ เมนูบาร์ Safari/Preferences แล้วเลือกหัวข้อ Search จะเป็นการปรับแต่ง Inquisitor ครัรบ
inquisitor-pref.jpg
เปลี่ยนผใการค้นหาให้เป็น Google โดยเลือกในหัวข้อ Search Engine แล้วเปลี่ยนกลับเป็น Google หรือลองดูตัวเลือกอื่น ๆ ได้ตามต้องการครับ =)

[Safari Tip] ทำให้ Safari เปิดเวปใหม่ในหน้าต่างเดียว


ถ้าใครใช้ FireFox แล้วชอบกับการที่ไม่ว่าเราจะคลิ๊ก link เปิดหน้าเวปใหม่เท่าไหร่ เค้าจะสร้าง Tab ใหม่ให้เราเสมอ โดยที่ไม่สร้างหน้าต่างของ FireFox ใหม่ไปเรื่อย ๆ เหมือนบน Safari .. 
อันที่จริงใน Safari เราทำตรงนี้ได้ด้วยการกด Command ค้างเอาไว้ตอนคลิ๊กไปที่ link เราจึงจะสร้าง Tab ใหม่ขึ้นมาในหน้าต่าง Safari เดิม


วันนี้ขอนำเสนอวิธีที่ง่ายกว่านั้น ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ใช้ Terminal เข้าช่วยครับ ...

<
div>note : Tip นี้สำหรับคนที่เคยใช้ Terminal นะครับ บน window pc กับ OS X นั้นจะคล้ายกัน คือใส่ command แล้วกด Enter เพื่อรันได้เลย


เปิด Terminal.app ขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความด้านล่างนี้ลงไป (จะใช้ copy & paste ไปจากตรงนี้ก็ได้)
defaults write com.apple.Safari TargetedClicksCreateTabs -bool true

แล้วกด Enter จากนั้นให้เรา Quit Safari แล้วเปิดขึ้นมาใหม่ .. ลองคลิ๊กไปที่ link ต่าง ๆ ดู จะเห็นว่าเค้าจะเปิดเป็น Tab ใหม่ให้เลย ไม่เปิดเป็นหน้าต่าง Safari ใหม่อีกต่อไปแล้ว
ถ้าเราอยากแก้ให้กลับเป็นเหมือนเดิม ให้เข้า Terminal อีกครั้งแล้วพิมพ์ว่า
defaults write com.apple.Safari TargetedClicksCreateTabs -bool false


จากนั้นกด Enter แล้ว Quit Safari แล้วเข้า Safari ใหม่ครับ


ที่มา : http://www.mactips.org/archives/2008/10/10/enable-single-window-mode-for-safari/

[Tips] Safari : ย้อนกลับไปหน้าที่เคยผ่านมาแล้วแบบง่าย ๆ


บน FIrefox ถ้าเรากดคลิ๊กขวาบนปุ่ม Back / Forward เราจะเห็นรายการหน้าเวปที่เราเคยเข้าไปแล้วแสดงขึ้นมาให้เลือก ...
go-back-ff.jpg
คำถามต่อมาคือ แล้วบน Safari ล่ะมีวิธีทำแบบเดียวกันนี้ได้ไหม? คำตอบคือมีครับ .. ไม่ต้องใช้ plug-in เสริมใด ๆ
เพียงแค่เรากดปุ่ม Back หรือว่า ปุ่ม Forward ค้างเอาไว้สักครู่หนึ่ง เค้าจะขึ้นรายการหน้าเวปที่เราเพิ่งเข้าไปมาให้เราเลือก ในแบบเดียวกันนี้ครับ
safari-back.jpg
จะบอกว่าผมเองเพิ่งเจอวิธีนี้เมื่อตอนเย็นนี้เอง อาย แห่ะ ๆ แอบจิ้ม ๆ ปุ่ม Back/ Forward หลาย ๆ ที ไม่ก็ใช้ history มาตั้งนาน ฮ่า...

การใช้ Internet banking จาก Safari


การใช้ Internet Banking จากเวปของธนาคารที่ส่วนใหญ่แล้วออกแบบมาให้ใช้กับ IE ได้เท่านั้น เราจะเข้าจาก Safari โดยตรงเลยไม่ได้ครับ เค้าจะฟ้องว่าไม่ support กับ browser ที่เราใช้งานอยู่
แต่เรามีวิธีที่จะบอกเวปธนาคารว่าเราใช้ IE จากตัว Safari โดยตรงครับ มีวิธีแบบนี้
1.เข้า Safari ไปที่ menu bar เลือก safari/preferencesไปที่ tab Advance แล้วติ๊กช่อง Show Develop menu on menu bar ครับ
ua-01.jpg
2.เข้าเวปธนาคาร หน้า iBankingถึงเราจะเข้าไม่ได้อยู่ตอนนี้ ให้เข้าไปก่อน แล้วผ่านไปขั้นตอนต่อไป

3.ใน safari บน menu bar เลือก Develop/User Agentแล้วเลือกใช้ IE เวอร์ชั่น 7 หรือต่ำกว่าครับ
ua-02.jpg
4.จากนั้นให้ลอง refresh หน้าจอของหน้า iBanking ใหม่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราน่าจะเข้าหน้า log in เพื่อใช้งาน Internet Banking ได้แล้วครับ
ua-03.jpg

จากนี้ไปน่าจะใช้งานได้เหมือนปรกติแล้วครับ
[ขอบคุณคุณ pimarn จากคำถามนี้ครับ ผมเลยเขียนเก็บไว้เป็น Tips & Tricks เอาไว้เลย เผื่ออ้างอิงต่อไปครับ]

รวม Tips Safari-Tabs


เวลาเราเปิดหน้าต่างเวปเยอะ ๆ การใช้ Tab ช่วย เราสามารถท่องเวปได้อย่างสบายใจขึ้น และหน้าจอไม่รก ในตอนนี้ผมจะขอแนะนำ tips ในการจัดการเกี่ยวกับ Tab บน Safari ครับ
ลาก Tab มารวมกัน
ใน Safari ถ้าเราไม่ได้กด Command ค้างเอาไว้ตอนเปิดหน้าเวปใหม่ ที่เราจะได้คือการเปิดหน้าต่างของ Safari ใหม่ไปเรื่อย ๆ ทำให้ดูลำบาก และรกหน้าจอ
Picture1_38.jpg
มีคำสั่งช่วยให้เราจัดการตรงนี้ได้ดังนี้ครับ
ลาก Tab ที่เิปิดใหม่มารวมกับหน้าต่างเดิมที่เปิดอยู่แล้ว
คลิ๊กเลือกบน tab ของเวปที่เราต้องการ แล้วลากออกมาวางไว้ใน tab ที่ใหม่ครับ
Picture1-1_9.jpg
ระหว่างที่ลาก เราจะเห็นตัว tab เปลี่ยนเป็นหน้าเวปเล็ก ๆ ให้เราดูด้วย ไม่ต้องตกใจครับ ลากไปวางไว้คู่กับ tab ที่เราต้องการได้เลย
Picture2_3.jpeg
เสร็จแล้วเราก็จะได้ tab ใหม่ที่เราเพิ่งลากมาอยู่ในหน้าต่างเดียวกันนี้แล้ว ยิ้มปากกว้าง
Picture3_6.jpeg
note : ในทางกลับกันเราสามารถคลิ๊กแล้วลาก tab ที่ต้องการออกมาปล่อยใน Desktop จะเป็นการสร้างหน้าต่าง Safari ใหม่ของ Tab นั้นขึ้นมาครับ
รวมหน้าต่าง Safari ที่เหลือ ให้มาเป็นหน้าต่างเดียว
ไปที่ menu bar เลือก Window/ Merge All Windows

mergeallwin.jpg
คำสั่งนี้จะเป็นการรวมหน้าต่างของ Safari ที่เราเปิดเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีกี่ Tab ก็ตาม ให้มารวมกับหน้าต่างที่เราเลือกอยู่ครับ
Tips : จัด Tab
เราสามารถสลับตำแหน่งของ Tab ต่าง ๆ ได้ ด้วยการคลิ๊กแล้วลากที่ตัว Tab ครับ
ลองดู ยิ้มปากกว้าง

รวม Tips Safari-ไปไหนมา


เป็น Tip เล็ก ๆ 2 Tips สำหรับคนที่ต้องการย้อนไปหน้าที่เคยเข้ามาแล้วโดยทันที โดยที่ไม่อยากกดปุ่ม Back ไล่ย้อนกลับนะครับ
วิธีที่ 1
ใน Safari ถ้าเราเข้าเวปหนึ่งไปเรื่อย ๆ แล้ว เราสามารถเลือกดู url ของหน้าเวปที่เรากดผ่านมาแล้วได้ โดยการคลิ๊กขวาที่บนชื่อของเวปนั้นบน Toolbar ครับ

whd-1.jpg
whd-2.jpg
note :
  1. วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะกับเวปที่เรากำลังดูอยู่เพียงเวปเดียวเท่านั้น ถ้าเราต้องการย้อนไปไกลกว่านี้ ให้เลือกดูจากบน History ใน menu bar แทน
  2. การคลิ๊กขวาบน Toolbar ตรงส่วน Title นี้ยังนำไปใช้กับ Finder เพื่อดูไฟล์ path ไล่ย้อนไปได้ด้วย
  1. whd-3.jpg

วิธีที่ 2

การเข้าเวปขนาดใหญ่ ที่มีหน้าย่อย ๆ หลายสิบหน้า บางครั้งเราก็ทำเราหลงทางได้ครับ ถ้าเราต้องการที่จะกลับไปที่หน้าแรกของเวปที่เราเข้ามาในทันที โดยที่ไม่ต้องเข้าไปรื้อจากใน history เราสามารถทำได้ด้วยการใช้คำสั่ง Snapback บน Safari ครับ
คำสั่ง Snapback นี้จะขึ้นเป็นลูกศรสีส้มเล็ก ๆ อยู่ด้านขวาของ url
snapback.jpg
note :
  1. เมื่อเลือก Snapback แล้ว เราจะถูกพากลับมายังหน้าแรกของเวปนั้น ๆ ที่เราเข้าครับ (ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้า Homepage เสมอไป)
  2. ถ้าเราเข้าเวปที่ได้จากผลการ search ผ่าน search field ใน safari ตัว snapback นี้จะไปโผล่อยู่ในช่อง search field แทนครับ ค่อนข้างสะดวกเวลาต้องการกลับมายังผลการค้นหาในหน้าของ google